วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แนวข้อสอบครูผู้ช่วยสพฐ. วิชาการศึกษา ( จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว)


แนวข้อสอบครูผู้ช่วยสพฐ. วิชาการศึกษา ( จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว)


1.เพราะเหตุใดครูจึงต้องเข้าใจการพัฒนาการเด็ก
. เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กแต่ละวัย
. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ครูในการปกครองนักเรียน
. เพื่อให้ครูเข้าใจพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม                                   
. เพื่อให้ครูมีความรู้ในการพัฒนาการของมนุษย์

2. ความเหมือนกัน ระหว่างการเจริญเติบโต และ การพัฒนาการ ตรงกับข้อใด
. เป็นการเพิ่มความสามารถเหมือนกัน      
. เป็นการเพิ่มอายุเหมือนกัน
. เป็นการเพิ่มความสูงเหมือนกัน              
. เป็นการนำไปสู่วุฒิภาวะเหมือนกัน

3.  ผลการเรียนรู้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
. ลมพัดฝุ่นลอยมาเอามือปิดจมูก
. ไม่เดินเข้าหากองไฟ
. เหยียบเบรคเมื่อเห็นคนข้ามทางม้าลาย            
.  เหยียบก้นบุหรี่แล้วชักเท้าหนี

4. วุฒิภาวะ  คือ  กระบวนการที่ทำให้อินทรีย์บรรลุถึงขีดความเจริญงอกงามเต็มที่ในระยะหนึ่งของชีวิต ข้อใดมิใช่ลักษณะของวุฒิภาวะทางกาย
. การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก  
. การเพิ่มขึ้นของความสูง
. การเรียนรู้และการฝึกฝน                 
. การคลาน การนั่ง   การเดิน      

5. ผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกวัยรุ่นพาเพื่อนมาเที่ยวบ้าน โดยจัดอาหารว่างเลี้ยงเพื่อนของลูกผู้ปกครองส่งส่งเสริมเรื่องใดแก่ลูก
. ส่งเสริมการพัฒนาทางกาย          
. ส่งเสริมการพัฒนาทางอารมณ์
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสังคม        
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสติปัญญา

6. ครูปฎิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ เรื่องการประหยัดพลังงาน  โดยขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟแสดงว่าครูกำลังปลูกฝังเรื่องใดแก่เด็ก
. ส่งเสริมการพัฒนาทางกาย          
. ส่งเสริมการพัฒนาทางอารมณ์
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสังคม       
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสติปัญญา

7. ครูแนะนำรายการสารคดีที่มีความรู้ในต่างประเทศมาเล่าให้ฟังรวมทั้งการพานักเรียนไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ แสดงว่าครูปลูกฝังเรื่องใดแก่เด็ก
. ส่งเสริมการพัฒนาทางกาย          
. ส่งเสริมการพัฒนาทางอารมณ์
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสังคม       
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสติปัญญา

8. เด็กไม่เพียงแต่ต้องการอาหารเสื้อผ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆแต่เด็กยังต้องการความรักและความอบอุ่นจากครูและพ่อแม่ด้วย แสดงว่าเด็กต้องการได้รับการพัฒนาด้านใ 
. ส่งเสริมการพัฒนาทางกาย          
. ส่งเสริมการพัฒนาทางอารมณ์
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสังคม       
. ส่งเสริมการพัฒนาทางสติปัญญา

9.  ความแตกต่างระหว่างการเสริมแรงทางบวก และการเสริมแรงทางลบ ข้อใดถูกที่สุด
. การเสริมแรงทางบวกใช้วัตถุเสริมแรง ในขณะที่การเสริมแรงทางลบใช้ความรู้สึกเสริมแรง
. การเสริมแรงทางบวก คือรางวัล ในขณะที่การเสริมแรงทางลบคือการลงโทษ
. การเสริมแรงทางบวกเป็นการเรียนรู้ที่จะได้รับในสิ่งที่ตนต้องการ ในขณะที่การเสริมแรงทางลบเป็นการเรียนรู้ที่จะหนีสิ่งที่ตนไม่ต้องการ
 . การเสริมแรงทางบวกผู้รับพึงพอใจ ในขณะที่การเสริมแรงทางลบผู้รับเกิดความเครียดและก้าวร้าว

10. นักเรียนที่ไม่ยอมส่งการบ้าน เขาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยทำการบ้านส่งทุกครั้ง ถ้าได้รับการเสริมแรงอย่างเหมาะสมจากครู
. ภาพความคิด                                
. การแผ่ขยายความคิด
. การปรับพฤติกรรม                        
. กฎการฝึกหัด

11. นักเรียนที่รักครู เพราะว่าเขาชอบวิชาที่ครูสอน ตรงกับข้อใด
. ภาพความคิด                                
. การแผ่ขยายความคิด
. การปรับพฤติกรรม                        
. กฎการฝึกหัด

12. บรรพตมองเห็นภาพความสัมพันธ์ของไม้แต่ละท่อนในความคิดจึงสามารถใช้ไม้ยาวเขี่ยผลไม้มากินได้ ภาพที่เกิดในความคิดตรงกับข้อใด
. ภาพความคิด                                
. การแผ่ขยายความคิด
. การปรับพฤติกรรม                        
. กฎการฝึกหัด

13.แมวสามารถกดแป้นไม้เพื่อเร่งให้ออกจากรงเร็วขึ้น หลังจากถูกจับขังในกรงเดิมหลายครั้ง การทำซ้ำของแมวตรงกับการเรียนรู้ข้อใด
. ภาพความคิด                                
. การแผ่ขยายความคิด
. การปรับพฤติกรรม                        
. กฎการฝึกหัด

14. เมื่อครูพบเห็นเด็กมีพฤติกรรมเป็นปัญหาในห้องเรียน ครูสามารถจะใช้วิธีใดเป็นอันดับแรกในการศึกษาเด็ก
. สัมภาษณ์เด็ก                            
. เขียนประวัติเด็ก
.เยี่ยมบ้านผู้ปกครองเด็ก          
. สังเกตพฤติกรรม

15. น้องลูกน้ำ เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังกลับจากโรงเรียน เธอช่วยแม่เช็ดบ้านเป็นประจำ เพราะหลังจากทำเสร็จแล้ว คุณแม่จะให้ลูกน้ำเล่นเกมส์ที่ชอบ ลูกน้ำเรียนรู้หน้าที่ด้วยวิธีใด
. การเรียนรู้ด้วยการสังเกตตัวแบบ                          
. การเรียนรู้แบบวางเงื่อนไขคลาสสิค
. การเรียนรู้ด้วยการวางเงื่อนไขแบบลงมือกระทำ     
. การเรียนรู้แบบหยั่งรู้หยั่งเห็น

16. มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้แต่เมื่อใด
. เมื่อยู่ในท้องแม่                                                    
. วันแรกของการเกิดจากท้องแม่
. เมื่อเริ่มเข้าใจภาษา                                             
. เมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน

17. โอกาสที่ดีที่สุดของการเรียนรู้อยู่ในวัยใด
. วัยในครรภ์มารดา                                                
. วัยเด็กตอนต้น ( 0-6ปี )
. วัยรุ่น ( 13 18 ปี)                                               
.  วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (20-25 ปี)

18. ความสามารถททคิดย้อนกลับ ของเด็ก อยู่ในขั้นใด
. การคิดเหตุผลเชิงรูปธรรม                                     
. การคิดเหตุผลเชิงนามธรรม
. การคิดแบบสร้างสรรค์                                         
. การคิดแบบจินตนาการ

19. คนสูบบุหรี่จัดเป็นผลมาจากการชงักของการพัฒนาการทางเพศขั้นใด
. ขั้นปาก                                                             
. ขั้นทวารหนัก
. ขั้นสนใจเพศตรงข้าม                                         
. ขั้นอวัยวะเพศ

20. บทเรียนสำเร็จรูปสร้างขึ้น จากทฤษฎีการเรียนรู้แบบใด
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบหยั่งเห็น                            
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบเงื่อนไขลงมือกระทำ           
. ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยการสังเกตตัวแบบ

21. การพบเอกลักษณ์แห่งตนในช่วงชีวิตของคนจะอยู่ในวัยใด
. ระยะเด็กตอนต้น                                              
. ระยะวัยเด็กตอนปลาย
.ระยะวัยรุ่น                                                       
. ระยะวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

22. ข้อใดที่มิใช่การแนะแนว
. การแนะนำอาชีพ                                               
. การแนะแนวการศึกษา
. การแนะแนวอาชีพ                                             
. การแนะแนวส่วนตัวและสังคม

23. ข้อใดที่มิใช่กระบวนการแนะแนวการศึกษา
. การแนะแนวการศึกษาต่อ                                   
. การเลือกโปรแกรมการเรียน
. การการวัดและประเมินผล                                  
. การวางแผนและตัดสินใจเลือกอาชีพ

24. กระบวนการพัฒนาอาชีพ พัฒนาการตามวัยของเด็ก ถามว่า วัยรุ่นตอนต้น อายุ 14-18 ปีอยู่ในขั้นใด
. เริ่มสนใจอาชีพ                                                 
. มีความสนใจอาชีพที่เฉพาะเจาะจง
. พัฒนาความสนใจอาชีพอย่างมั่นคงขึ้น               
. สร้างความก้าวหน้าอาชีพ
25. กระบวนการพัฒนาอาชีพ พัฒนาการตามวัยของเด็ก ถามว่า วัยรุ่นตอนกลาง อายุ 22-25 ปี อยู่ในขั้นใด
. เริ่มสนใจอาชีพ                                                 
. มีความสนใจอาชีพที่เฉพาะเจาะจง
. พัฒนาความสนใจอาชีพอย่างมั่นคงขึ้น              
. สร้างความก้าวหน้าอาชีพ

26. การแนะแนวส่วนตัวและสังคม เป็นกระบวนการให้ความช่วยเหลือบุคคลให้เกิดความเข้าใจตนเองและสภาพแวดล้อม  ถามว่าข้อใดมิใช่ การแนะแนวส่วนตัวและสังคม
. การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล                            
. การรู้จักมารยาททางสังคม
. การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์                          
. การควบคุมอารมณ์

27. ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เป็นการทำงานประสานเอื้ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือครูประจำชั้นในการดำเนินงานช่วยเหลือนักเรียนถามว่าขั้นตอนแรกของระบบคือข้อใด
.คัดกรองนักเรียน                                              
. รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
. ส่งต่อนักเรียนที่มีปัญหารุนแรง                          
. พัฒนานักเรียน
                                                                                
28. ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เป็นการทำงานประสานเอื้ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือครูประจำชั้นในการดำเนินงานช่วยเหลือนักเรียน  ถามว่า ขั้นตอนสุดท้ายของระบบ คือข้อใด
.คัดกรองนักเรียน                                              
. รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
. ส่งต่อนักเรียนที่มีปัญหารุนแรง                          
. พัฒนานักเรียน 
 
29. ข้อใดมิใช่การจัดบริการแนะแนว
. การบริการจัดวางตัวบุคคล                                 
. การบริการให้คำปรึกษา
. การบริการสารสนเทศ                             
. การบริการแนะนำอาชีพ

30. จิตวิทยาสำหรับครู คือข้อใด
.จิตวิทยาพัฒนาการ                                              
. จิตวิทยาการเรียนรู้
. จิตวิทยาการแนะแนว-การให้คำปรึกษา                 
. ถูกทุกข้อ

31. จิตวิทยาพัฒนาการ ครอบคลุมเนื้อหาใดบ้าง
. ด้านร่างกาย      
. ด้านอารมณ์         
. ด้านสังคม        
. ถูกทุกข้อ

32. การเรียนรู้ หมายถึงข้อใด
. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร       
. การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการสนองตอบสัญชาตญาณ
. ฤทธิ์ของยาหรือสารเคมี
. ปฎิกิริยาสะท้อนตามธรรมชาติของมนุษย์

33. ข้อใดเป็นการเรียนรู้ ด้านพุทธิพิสัย
. การรับรู้                                   
. การจัดระบบ
. การแระเมินค่า                         
. การทำตามแบบ

34. ข้อใดเป็นระดับการเรียนรู้ด้านจิตพิสัย
. บุคลิกภาพ                              
. การวิเคราะห์
. การสังเคราะห์                        
. การหาคาวถูกต้อง

35. ข้อใดเป็นระดับการเรียนรู้ด้านทักษะพิสัย
. การนำความรู้ไปใช้                  
. การตอบสนอง
. การนำความรู้ไปใช้                  
. การทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ

36. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ด้านผู้เรียน ตรงกับคุณลักษณะข้อใด
. ลำดับเนื้อหาของบทเรียน         
. การใช้แรงจูงใจ
. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ          
. วุฒิภาวะ

37. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้  ด้านบทเรียน หรือ ลักษณะงาน ตรงกับคุณลักษณะข้อใด
. ลำดับเนื้อหาของบทเรียน         
. การใช้แรงจูงใจ
. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ         
. วุฒิภาวะ

38. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้  ด้านวิธีการเรียนการสอน ตรงกับคุณลักษณะข้อใด
. ลำดับเนื้อหาของบทเรียน         
. การใช้แรงจูงใจ
. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ          
. วุฒิภาวะ

39. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้  ด้านความสามารถในการถ่ายโยงความรู้ ตรงกับคุณลักษณะข้อใด
. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ          
. การให้คำแนะนำ
. ตัวรบกวน                               
. การถ่ายโยงทางบวก

40. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้  ด้านองค์ประกอบจากสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ตรงกับคุณลักษณะข้อใด
. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ          
. การให้คำแนะนำ
. ตัวรบกวน                               
. การถ่ายโยงทางบวก

41. ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้
. แรงขับ                                    
. สิ่งเร้า
. การตอบสนอง                         
. ถูกทุกข้อ

42. ความต้องการที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคลพร้อมที่จะเรียนรู้ของบุคคลทั้งสมอง ระบบประสาทสัมผัสและกล้ามเนื้อ ตรงกับองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ตามข้อใด
. สิ่งเร้า                                       
. แรงขับ
. การเสริมแรง                              
. การตอบสนอง

43. สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้บุคคลมีปฎิกริยาหรือพฤติกรรมตอบสนองออกมา ในด้านการเรียนการสอน ตรงกับข้อใด
. สิ่งเร้า                                        
. แรงขับ
. การเสริมแรง                              
. การตอบสนอง

44. ปฎิกิริยา หรือพฤติกรรมต่างๆที่แสดงออกมา เมื่อบุคคลได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าทั้งที่สังเกตได้ และที่ไม่สังเกตได้ เช่นการเคลื่อนไหว ท่าทาง การคิด ความสนใจ ตรงกับข้อใด
. สิ่งเร้า                                        
. แรงขับ
. การเสริมแรง                              
. การตอบสนอง

45. การให้สิ่งที่มีอิทธิพลต่อบุคคลอันมีผลในการเพิ่มพลังให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองมากขึ้น ตรงกับข้อใด
. สิ่งเร้า                                        
. แรงขับ
. การเสริมแรง                              
. การตอบสนอง

46. กระบวนการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองที่เป็นปฎิกิริยาสะท้อนกลับอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องอาศัยการเรียนรู้ เช่นเคาะที่หัวเข่ากระตุก เป็นทฤษฎีการเรียนรู้ตรงตามข้อใด
. ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบลงมือกระทำ       
. ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
. ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบลองผิดลองถูก    
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบหยั่งเห็น

47. ธรรมชาติของมนุษย์คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อยๆ พฤติกรรมของบุคคลจะต้องเป็นรูปของส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อยๆ ผู้แก้ปัญหาจะมองเห็นภาพรวมของปัญหาเป็นทฤษฎีการเรียนรู้แบบใด
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบเชาว์ปัญญา                  
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบหยั่งเห็น
. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา    
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ

48.  การเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมาก เป็นการเรียนรู้โดยการสังเกต หรือการเลียนแบบเป็นการเรียนรู้แบบใด
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบเชาว์ปัญญา                  
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบหยั่งเห็น
. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา      
. ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ

เฉลย แนวข้อสอบจิตวิทาการศึกษาและการแนะแนว
1) ก    2) ง    3) ง     4) ค   5) ค    6) ก   7) ง 8) ข   9) ค   10)  ค   11) ข   12) ก   13) ง   14) ค   15)  ค     16) ก     17)  ข   18) ก   19)  ก  20) ค    21) ค   22)  ก  23) ง   24) ก   25)  ข    26)  ก   27)  ข   28) ค   29) ง  30) ง  31)ง  32)  ก  33) ค  34) ก  35) ง  36)  ง  37)  ก  38) ข  39) ง  40) ก  41) ง  42) ข   43)  ก   44 ) ง  45) ค  46) ข   47)  ข  48) ค  

ติวสรุปโค้งสุดท้ายสอบครูผู้ช่วยสพฐ. “ภาค ก  ข”  วันเสาร์อาทิตย์ที่ 4-5 สิงหาคม 2561 ที่โรงแรมโอเอซิสรีสอร์ต ท่าขอนยาง ตรงข้ามทางเข้า ม.ใหม่ จังหวัดมหาสารคาม  

กำหนดการอบรมวันแรก (วันเสาร์)
 08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียนรับหนังสือและเอกสาร
 08.30 - 10.30 น. ความสามารถทั่วไป (เฉลย  วิเคราะห์ อธิบายข้อสอบ เนื้อหาตามแบบ  ทดสอบ)
- ความสามารถทางด้านตัวเลข คิดเลข สรุป  เหตุผลเกี่ยวกับตัวเลข
- ความสามารถด้านภาษาไทย ความเข้าใจ จับใจความ สรุปความ ตีความขยาย
  ความ เรียงข้อความ สะกดคำ แต่งประโยคและคำ ศัพท์
- ความสามารถด้านเหตุผล คิดสรุปหาเหตุผล อุปมาอุปไมย
  10.30-10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
  10.45 - 12.00 น. ความสามารถทั่วไป (เฉลย วิเคราะห์ อธิบายข้อสอบ
  เนื้อหาตามแบบทดสอบ ต่อ )
  12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
  13.00-14.30 น. ความรอบรู้ (เฉลยวิเคราะห์อธิบายข้อสอบเนื้อหาตามแบบทดสอบ)
- สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน
- นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
- ยุทธศาสตร์การปฎิรูปประเทศ
- วัฒนธรรมไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
  14.30-14.45น. พักรับประทานอาหารว่าง
  14.45-17.00น. ความรอบรู้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติราชการ (เฉลย วิเคราะห์ อธิบาย
  ข้อสอบ เนื้อหาตามแบบทดสอบ )
- พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่
  แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
- พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547และที่
  แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
- พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551
- กฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ สพฐ. ,
  มาตรฐานการศึกษาของ สพฐ.
  กำหนดการอบรมวันที่สอง ( วันอาทิตย์ )
  08.30-10.30น. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฎิบัติของวิชาชีพครู
  (เฉลย วิเคราะห์ อธิบายข้อสอบ เนื้อหาตามแบบทดสอบ)
 -วินัยและการรักษาวินัย
 -คุณธรรม จริยธรรม และอุดมการณ์ของครู
 -มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
 -มาตรฐานด้านการปฎิบัติงาน
 -มาตรฐานด้านการปฎิบัติตน
 10.30-10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
 10.45-12.00 น. ความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฎิบัติวิชาชีพ ( ต่อ )
 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหาร
 13.00-14.30 น. ภาค ข  ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา
-หลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
-หลักการสอนที่เน้นการสอนคิดวิเคราะห์และการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น
  สำคัญ
-จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว
-การพัฒนาผู้เรียน
-การบริหารจัดการชั้นเรียน
-การวิจัยทางการศึกษา
-สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา
-การวัดและประเมินผลการศึกษา
-ลักษณะงานที่ปฎิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง
 14.30-14.45น. พักรับประทานอาหารว่าง
 14.45-17.00น. วิชาการศึกษา (ต่อ )
หมายเหตุ กำหนดการการอบรมมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
@วิทยากรและวิธีการอบรมฯ
 วิทยากร : โดย ทีมงานวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของ สถาบันกวดวิชาและภาษาไดเอ็ด มหาสารคาม
                      วิทยากร : ดร. ภักดี รัตนมุขย์ ผู้แต่งหนังสือ
                      - ความรอบรู้ของ สพฐ.
                      - ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรมและอุดมการณ์ของความเป็นครู
                      - ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา
                      - Thailand 4.0 ตอบโจทย์ประเทศไทย? ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง 3.0และการปฎิรูปประเทศ 
     
  วิธีการอบรม :
: วิเคราะห์ ( เจาะลึก ) ข้อสอบ/พร้อมหลักการ เทคนิคในการเลือกคำตอบ
: อธิบายเนื้อหาและสรุปสาระสำคัญของข้อสอบในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
: วิธีนำเสนอ ( Presentation) โดยการบรรยายประกอบการเน้นความเชื่อมโยงของเนื้อหา
@ค่าใช้จ่าย ( ค่าใช้จ่ายไม่รวมค่าที่พัก)
  -ค่าลงทะเบียน ท่านละ 1,800 บาท ( หนึ่งพันแปดร้อยบาทถ้วน )
  -เป็นค่าหนังสือสื่อเอกสารฯ ค่าอาหารกลางวันและค่าอาหารว่าง (ไม่รวมค่าที่พัก) ดังนี้
  1. หนังสือและเอกสารประกอบการอบรมฯ พร้อมซองใส่ จำนวน 1 ชุด
  2. อาหารกลางวัน พร้อมเบรค เช้าบ่าย ทั้งสองวัน
  @การชำระค่าลงทะเบียน
    -ชำระค่าลงทะเบียนในวันแรกของการอบรมฯ
    -จะรับผู้เข้าอบรมในจำนวนจำกัดเฉพาะผู้ที่สำรองที่นั่งเท่านั้น
@การสำรองที่นั่ง
     -สำรองที่นั่งโดยโทรศัพท์ หรือทาง e-mail dr.pukdee@hotmail.com พร้อมเงินมัดจำ 500 บาท (บอกชื่อ จังหวัดที่อยู่ และเบอร์โทร) ชำระเงินผ่านบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเภทออมทรัพย์ สาขามหาสารคาม เลขที่บัญชี  608-269894-8  ชื่อ บัญชี นางสาวทักษพร  รัตนมุขย์ ชำระเงินแล้วโทร. แจ้ง 084-2616667,062-6109997,043-721822 หรือแจ้งทางอีเมล์อีกครั้งว่าโอนเงินแล้ว 
     -สำรองที่นั่งก่อนวันอบรมฯ อย่างน้อย 1 วัน
     -หากผู้เข้ารับการอบรมไม่ถึงรุ่นละ 30 คน จะแจ้งยกเลิกทางโทรศัพท์ที่ให้ไว้
@  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.................
     สถาบันกวดวิชาและภาษาไดเอ็ด : โทร. 084-2616667, 062-6109997,043-721822

http://pakdee277.blogspot.com/2018/07/4-5-2561.html       

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น